|
บทความเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
การเป็นผู้นำในสถานศึกษาอย่างมืออาชีพ
นายลำเพย เย็นมนัส
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพระขาว
(ประชานุเคราะห์) สพป.อย.2
20
ธันวาคม 2554
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2540 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาต่างมีอุดมการณ
์และหลักการการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมไทยเพื่อให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และเพื่อให้คนไทยทั้งปวงได้รับโอกาสเท่าเทียมกันทางการศึกษาพัฒนาคนได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตอันเป็นเงื่อนไขไปสู่ระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ที่พึงประสงค์
อุดมการณ์สำคัญของการจัดการศึกษา
คือ การจัดให้มีการศึกษาตลอดชีวิต และการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมเห่งการเรียนรู้
การศึกษาที่จะสร้างคูณภาพชีวิต และสังคมบูรณาการอย่างสมดุลระหว่างปัญญาธรรม
คุณธรรม และวัฒนธรรม เป็นการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคนไทยทั้งปวงมุ่งสร้างพื้นฐานที่ดีในวัยเด็ก
ปลูกฝังความเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมตั้งแต่วัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และพัฒนาความรู้ความสามารถเพื่อการทำงานที่มีคุณภาพ
โดยให้สังคมทุกภาคส่วนร่วมในการจัดการศึกษาได้ตรงตามความต้องการของผู้เรียน
และสามารถตรวจสอบได้อย่างมั่นใจว่า การศึกษาเป็นกระบวนการของการพัฒนาชีวิต
และสังคมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืน สามารถพึงตนเอง และพึ่งกันเองได้
และสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ)ดังนั้นในการดำเนินการการจัดการศึกษาโดยเฉพาะการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นการศึกษาขั้นต้นจึงจำเป็นที่จะต้องปูพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนอย่างมั่นคง
จริงจัง ในทุก ๆ ด้านตามเจตนารมณ์ของการจัดการศึกษา
จึงจำเป็นต้องส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่สถานศึกษาในการจัดการศึกษา
และได้บัญญัติไว้ในมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
ฯ ให้มีการกระจายอำนาจการบริหารจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณบริหารงานบุคคล
และงานบริหารงานทั่วไป ไปยังคณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
และสถานศึกษาในเขตพื้นที่ มีอิสระมึความเข้มแข็งในการบริหารงาน
เพื่อให้การบริหารเป็นไปอย่างคล่องต้ว รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน
สถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น และประเทศชาติโดยรวม
อย่างไรก็ตาม
แม้เราจะมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มีมาตรฐานการศึกษาของชาติ
หรือหลักสูตรที่เลิศ และมีงบประมาณสนับสนุนที่มากมาย
ถ้าหากโรงเรียนซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติโดยเฉพาะครูผู้รู้ยังมีพฤติกรรมการสอนที่ไม่เปลี่ยนแปลง
สิ่งต่าง ๆที่กล่าวมาหาได้มีความหมายใด ๆไม่
การทำงานที่ประสบผลสำเร็จของโรงเรียนปัจจัยที่สำคัญยิ่งคือ
ครูมีกำลังใจในการทำงาน มีความกระตือรือร้น ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ
และสติปัญญาอย่างเต็มที่คือหนทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
การเปลี่ยแปลงพฤติกรรมของครูให้เป็นที่คาดหวังดังกล่าว ส่วนหนึ่งคือ
ผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทอย่างยิ่งในระดับหน่วยปฏิบัติ
ที่จะให้การกระตุ้นยั่วยุ ปลุกเร้า ท้าทาย เพื่อให้ครูมีความกระตือรือร้น
ทุ่มเทกับการทำงาน พร้อมสนับสนุนให้ครูมีความรู้ ความสามารถในการทำงาน
การจัดกิจกรรมการการเรียนการสอนอย่างลุ่มลึก และแจ่มแจ้ง
พร้อมสนับสนุนปัจจัยหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำงานต่าง ๆ
ให้เพียงพอก็จะทำให้ครูมีประสิทธิภาพในการจัดกืจกรรมการเรียนการสอนโดยจะต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง
และจริงจังจะหยุดไม่ได้ ดังนั้นการดำเนินงานที่จะทำให้
โรงเรียนปราศจากความล้มเหลวควรที่จะประกอบด้วยปัจจัยของการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษาอย่างมืออาชีพดังนี้
1.การเป็นผู้นำ
ความสำเร็จหรือความล้มเหลวทั้งปวงของโรงเรียนขึ้นอยู่กับผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้นำ
ทั้งสิ้น พฤติกรรมของผู้นำ คือ ชักจูง ปลุกเร้า ให้ครูในโรงเรียนทุกคน
ตลอดทั้งผู้ปกครอง และชุมชน ยอมรับคล้อยตามความฝัน หรือเป้าหมาย
เพื่อให้ความฝันหรือเป้าหมายเกิดความเป็นส่วนร่วมกันของคณะครู อาจารย์ ผู้ปกครอง
และชุมชน มิให้เป็นของคน ๆ เดียวเมื่อทุกคนมีส่วนร่วม
และยอมรับเป้าหมายตรงกันทุกคนส่วนร่วมในกระบวนการที่จะทำให้ฝันเป็นจริงโดยเปิดโอกาสให้ครูทุกคนมีอิสระในความคิด
และร่วมสร้างสรรค์ในการพัฒนางานเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย
ผู้บริหารโรงเรียนที่ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีเป้าหมาย มักจะถูกครูที่อยู่รอบข้าง
หรือผู้บังคับบัญชา หรือนักการเมืองที่อยู่เหนือขึ้นไป กำหนดขอบเขตให้เดินตาม
ดังนั้นผู้บริหารที่จะทำโรงเรียนไปสู่ความสำเร็จ
2.ลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุดบริษัทที่ประสบความสำเร็จ
จะต้องยึดถือลูกค้าเป็นเป้าหมายสูงสุด ทำอย่างไรจึงจะทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าจะเป็นนักเรียน
ผู้ปกครอง ชุมชน และครู ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ร่วมวางแผน
ในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน และส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐาน
และควบคุมตรวจสอบคุณภาพการศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลย้อนกลับมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน
ตลอดจนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ
หากทำได้อย่างที่กล่าวแล้วนั้นย่อมแสดงว่าโรงเรียนก้าวสู่ยุคปฏิรูป
เป็นที่ยอมรับของลูกค้า ที่มาใช้บริการอย่างแท้จริง
3.มองเห็นเป้าหมายหรือภาพความสำเร็จตรงกันในการปฏิบัติงานใด ๆ จะต้องฝึกให้ผู้มีส่วนร่วมงานรู้จักการตั้งเป้าหมาย
หรือมีเป้าหมายทุก ๆ ครั้ง
เมื่อมีเป้าหมายและภาพของความสำเร็จของงานจะเป็นตัวชี้วัดของการทำงานว่าสำเร็จ
หรือล้มเหลวการทำงานหากแต่ละคนมีเป้าหมาย
และจุดมุ่งหมายในการทำงานคนละอย่างคนละเรื่องแล้ว การทำงานย่อมไม่มีทิศทาง และพลัง
เพราะคนต่างทำตามความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ในการบริหารสถานศึกษาก็เช่นเดียวกัน
คือทุกคนจะต้องรู้เป้าหมาย เข้าใจร่วมกัน
และเห็นภาพสุดท้ายในการทำงานที่ตรงกันเพราะเมื่อทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันและตรงกันแล้วก็จะเกิดพลัง
และความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานให้ได้ผลตามเป้าหมายอย่างมีคุณภาพ
และในการตั้งเป้าหมายนั้น จะต้องตั้งเป้าหมายที่คนได้ยินได้ฟังเกิดพลัง
มีความทะเยอทะยาน ท้าทาย และมีความเป็นไปได้ พึงตระหนักว่า
โรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จจะต้องอาศัยพื้นฐานของวิสัยทัศน์
หรือความคาดหวังของผู้มีส่วนร่วมได้เสีย(Stakeholders ) ร่วมกันสร้างเป้าหมาย(Goals ) โดยมุ่งที่ตัวนักเรียนเป็นผลผลิต
และร่วมกันวางแผนยุทธศาสตร์(Strategic plan) โดยอาศัยข้อมูลอย่างจริงจังพัฒนาวิสัยทัศน์
และเป้าหมายที่พึงประสงค์
ในสถานศึกษา การกำหนดเป้าหมายจะต้องมุ่งไปที่นักเรียนซึ่งเป็นลูกค้า
ว่านักเรียนจะต้องได้รับอะไรบ้างโดยมีหลักสูตรเป็นกรอบในการกำหนดเป้าหมาย
และมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ซึ่งผู้มีส่วนได้ด้ร่วมกันกำหนดพร้อมกำหนดยุทธศาสตร์
ที่จะก้าวไปถึงเป้าหมาย เพื่อให้ทุกคนมองเห็นภาพสุดท้ายที่ตรงกัน
4.การสร้างองค์กร (ดำเนินการให้ทุกคนเชื่อมั่นในเป้าหมาย)การสร้างองค์กรให้มีความเชื่อมั่นในเป้าหมาย
ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บริหาร
จะต้องแสดงหรือตอกยำและกล่าวถึงเป้าหมายให้ทุกคนเกิดความเชื่อมั่น
เพื่อจะให้ทุกคนในองค์กรจะได้ ช่วยกันทุ่มเทการทำงานให้ได้ตามเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา
และฝังอยู่ในจิตใจของทุกคน เสมือนกับการตอกหัวตะปูยำแล้ว้อีกเพื่อจะให้ตะปูเจาะเนื้อไม้ที่แข็งแกร่งเพื่อให้ทุกคนเห็นจุดยืนหรือทิศทางของโรงเรียนอย่างชัดเจนไม่ว่าจะมีอุปสรรค์
หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆก็ตามก็พร้อมที่จะช่วยกันฟันฝ่าไปสู่เป้าหมาย
5.ความคิดสร้างสรรค์มีนักจิตวิทยากล่าวไว้ว่า"คนไทยส่วนใหญ่ชินต่อระบบการชี้นำจึงไม่อยากคิดเอง
และไม่พร้อมที่จะคิดหาวิธีการทำงานของตนเองถ้าหากมีคนชี้นำดีก็พอนำไปได้ถ้าหากขาดผู้ชี้นำที่ดีก็จะทำงานไม่ได้หรือไม่อยากจะทำงานต่อไป
และผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้ใจลูกน้องเนื่องจากเราชินต่อระบบเผด็จการ
และการที่ลูกน้องไม่กล้าแสดงความสามารถ
จึงทำให้ผู้บังคับบัญชาชินต่อการสั่งการเลยไม่ค่อยเข้าใจลูกน้อง" หน่วยงาน
หรือสถานศึกษาที่ประสบผลสำเร็จถึอความคิดสร้างสรรค์เป็นหัวใจของบริษัท ซึ่งต้องคอย
กระตุ้น ยั่วยุ ท้าทาย และให้การสนับสนุนบุคลากรในหน่วยงาน เกิดความคิดสร้างสรรค์
และคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ แปลก ๆ อยู่ตลอดเวลา
การที่จะให้เกิดกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ จะต้องเริ่มจากการ
ตั้งเป้าหมายที่ฝังแน่นในหัวใจ
และต่อมาก็จะเกิดความตั้งใจปรารถนาจะไปให้ถึงเป้าหมายมีความตั้งใจอย่างแรงกล้า
จึงจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบการคิดค้นในวิธีการหรือวัตถุสิ่งของต่าง ๆ
เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย
ดังนั้นการปฏิบัติงานในสถานศึกษาผู้บริหารควรเปิดโอกาสให้อิสระในการทำงานพร้อมกับสนับสนุนและให้กำลังใจในการทำงาน
โรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จหรือโรงเรียนดีเด่นต่าง ๆจะมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ
แปลก ๆอยู่เสมอในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียน
6.การทำงานเป็นทีม ในโลกอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงอยู่ในขณะนี้
การบริหารงานแบบข้าเก่งคนเดียว ย่อมสิ้นสุดลงแล้วเมื่อย่างเข้าสู่สหัสวรรษใหม่
การบริหารงานที่จะอยู่รอดได้ คือ การทำงานเป็นทีม
และต้องเป็นทีมที่เต็มไปด้วยพละกำลัง และความกระตือรือร้น เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย
ดังเช่นอาชีพหมอ จะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และและความคิดเห็นกันอยู่
ไซเซอร์(sizer) กล่าวถึงโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จ
ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
จะต้องเป็นโรงเรียนที่มีลักษณะของความเป็นกัลยาณมิตรร่วมวิชาชีพ (Collegiality
) คือ
1) บุคลากรในโรงเรียนพูดคุยกันถึงเรื่องการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง
สม่ำเสมอและเป็นรูปธรรม
2) บุคลากรในโรงเรียนสังเกตการทำงานของกันและกันทั้งในเรื่องของการเรียนการสอน
และการบริหารโรงเรียนแล้วนำสิ่งที่ได้จากการสังเกตมาพิจารณาทบทวน และพูดคุยกันเพื่อการพัฒนาให้ดีขึ้น
3) บุคลากรในโรงเรียนร่วมพัฒนาหลักสูตรโดยการวางแผนออกแบบทำวิจัยศึกษา
และวัดผล ประเมินผลหลักสูตรที่ใช้ในโรงเรียน
4) บุคลากรในโรงเรียนแนะนำการสอน
และพัฒนาซึ่งกันและกันในเทคนิควิธีการทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และภาวะผู้นำที่แต่ละคนถนัด
7. เปิดโอกาสให้คนอื่นพูดการฟังคือความสามารถที่จะช่วยให้เรารู้ถึงความต้องการ
และวัตถุประสงค์ของลูกค้า ผู้ซื้อ และผู้ร่วมงาน
ดังนั้นการฟังของผู้บริหารจึงเป็นเครื่องชี้อย่างหนึ่งที่บอกว่าสำนักงานใด
หรือโรงเรียนใดล้มเหลว หรือประสบความสำเร็จ ดังปราชญ์ผู้รู้กล่าวว่า"พระเจ้าประทานให้เรามีสองหูหนึ่งปาก"
ดังนั้นการฟังจึงมีความสำคัญต่อหน่วยงาน
8. ความเรียบง่ายของผู้บริหารกรอบความคิดเป็นตัวกำหนดในการแสดงพฤติกรรมที่เป็นมิตรหรือศัตรู
ถ้าผู้บริหารมีกรอบความคิดว่าทุกคนคือเพื่อนร่วมงานการปฏิบัติตนของผู้บริหารจะแสดงออกด้วยความเป็นมิตร
ทั้งภาษา ท่าทาง มีการยกย่องให้เกียรติ และไว้วางใจซึ่งกันและกัน
ความเป็นศัตรูจะไม่เกิดขึ้น
9. คำชมเชยในชีวิตการทำงานจริง ๆเราต้องทำงานร่วมกับหมู่คณะ
บางครั้งเราต้องการความร่วมมือ บางครั้งเราต้องการให้เขาทำงานตามสิ่งที่เราบอก บางครั้งเราต้องการให้เขากระตือรือร้นสนใจในการทำงาน
และอื่น ๆ อีกมากมาย ตามแต่ใจปรารถนา
แต่สิ่งหนึ่งที่เรามักลืมนึกถึงในการทำงานร่วมกันคือ คนเราทุกคนต้องการคำชมเชย
ยกย่อง และไม่มีใครต้องการคำตำหนิ ดูถูก หรือเหยียดหยาม (แต่คำยกย่องชมเชย ต้องมาจากความจริงใจ)่ และเมื่อทุกคนต้องการสิ่งเหล่านี้ทำไมผู้บริหารให้เขาไม่ได้
10.การท้าทาย
1) ควรให้การท้าทายในขอบเขตเรื่องที่เขาเคยทำสำเร็จมาแล้ว
2) แน่ใจว่าเพื่อนร่วมงานมีความสนใจในเรื่องท้าทายนั้น
ๆไม่ใช่เรื่องที่เขาคิดว่า เขาควรจะลองจะเลือก ในสิ่งที่เขาอยากลอง
3) ในเรื่องการท้าทายนั้น ๆจะต้องยากนิดหน่อย
เพื่อให้เป็นเรื่องท้าทายจริง ๆแต่ไม่ใช่ยากจนเกินไปจนเขาไม่กล้าลอง11. ให้ความรู้และเครื่องมือในการทำงานคนเราเมื่อมีความรัก ความอยาก ความชอบ
หรือที่เรียกว่า ฉันทะ ที่จะทำงานแล้ว ต่อมาก็จะเกิด วิริยะ คือความเพียร มี จิตตะ
คือจิตใจจดจ่อต่อการทำงาน และ มี วิมังสะ คือความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของศาสตร์
นั้น ๆอย่างลุ่มลึก และถ่องแท้ รู้จักปรับปรุงใคร่ครวญ
พัฒนางานให้ดียิ่งขึ้นจึงเป็นเรื่องที่จะขาดไม่ได้
ดังนั้นในการจะพัฒนาให้ครูเป็นผู้มีความรู้ความสามารถถึงขั้นครูมืออาชีพในการจัดการเรียนการสอน
ดังนั้นบทสรุปสำหรับผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพควรที่จะดำเนินการดังนี้
1) รวบรวมและจัดระบบของข้อมูลสารสนเทศให้เป็นปัจจุบัน
การบริหารแนวใหม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบริหาร
และตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลมากกว่าสามัญสำนึก
2) วางแผนและดำเนินงานตามแผนที่วางไว้
การวางแผนมีส่วนช่วยให้ผู้บริหารมีทิศทางในการบริหารตามลำดับความสำคัญเร่งด่วนของปัญหา
และนโยบายการบริหาร
3) ศึกษากฎหมาย
กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารสถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคล
ผู้บริหารมีอำนาจในการบริหารอย่างอสระ ขณะเดียวกันก็รับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจของตนอย่างเต็มที่เช่นกัน
4) การบริหารและการตัดสินใจโดยองค์คณะบุคคล
การศึกษาเป็นบริการกิจการสาธารณะ ที่มีผู้เกี่ยวข้อง
และได้รับผลจากการบริการจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้การบริหาร
และการตัดสินใจมีความถูกต้องและก่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับบริการมากที่สุด
ผู้บริหารควรดำเนินการโดยองค์คณะบุคคลเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
5) จัดระบบบัญชีให้ครบถ้วนถูกต้อง
แม้ผู้บริหารจะมีอำนาจอิสระในการบริหาร และการตัดสินใจก็ตาม แต่อำนาจมีอิสระนั้นมิใช่เป็นไปโดยปราศจากการควบคุมตรวจสอบของทางราชการ
โดยเฉพาะด้านการเงินซึ่งส่วนใหญ่มาจากงบประมาณ แผ่นดิน เงื่อนไขทั้งหมดดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้เป็นผู้นำจะต้องมี
หรือจัดให้มีขึ้นเพื่อให้การบริหาร และการตัดสินใจของตนมีประสิทธิภาพ
และบรรลุผลตามเจตนารมณ์ สมกับคำพูดที่ว่า
"เป็นผู้นำในสถานศึกษาอย่างมืออาชีพ"
|