บทความเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
การบริหารสถานศึกษาด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
นายลำเพย เย็นมนัส
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพระขาว
(ประชานุเคราะห์) สพป.อย.2
10
ตุลาคม 2553
ความหมาย
การบริหารสถานศึกษาด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
หมายถึงการดำเนินงานของกลุ่มบุคคลในสถานศึกษาในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เช่น
ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ สถานที่ราชการ
องค์กรเอกชน และสถาบันสังคมอื่นๆ เป็นต้น
ความสำคัญ
การบริหารสถานศึกษาด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
เป็นงานบริหารการศึกษา 1 ใน 5 งาน ซึ่งจะช่วยพัฒนาคนให้มีคุณภาพหรือเป็นคนเก่งคนดีได้ เช่น
การสอนให้ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ที่บ้านหรือนำไปใช้ในชุมชน ไม่ใช่สอนให้ท่องจำ
ไม่ใช่สอนให้นำความรู้ไปสอบสอบแล้วก็ลืมหมด หรือการสอนให้นักเรียนนำความรู้ไปช่วยแก้ปัญหาในชุมชนได้ หรือการเชิญปูชนียบุคคลในชุมชนมาให้ความรู้แก่ผู้เรียน
ย่อมจะทำให้ผู้เรียนมีความรู้กว้างขวางขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการบริหารงานด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
จะต้องดำเนินงานไปพร้อมๆกับการบริหารงานอีก 5 ด้าน
คืองานวิชาการ งานธุรการ งานบุคคล และงานกิจการนักเรียน และบริหารงานทั้ง 5 ด้านนี้เท่าเทียมกัน จึงจะช่วยพัฒนาคนให้มีคุณภาพคือเป็นทั้งคนเก่งและคนดีได้
การบริหารสถานศึกษาด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
การดำเนินงานในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน จะดำเนินงานได้หลากหลายดังนี้
1. การสอนให้ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ในครอบครัวและชุมชน เช่น การละเว้นจากยาเสพติด
การลดละเลิกอบายมุข
การลดละเลิกใช้ยาฆ่าแมลง การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การปลูกผักปลอดสารพิษ
การปลูกป่ารักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
เนื้อหาวิชาเหล่านี้เมื่อผู้เรียนเรียนในสถานศึกษาแล้ว
ผู้สอนจะย้ำให้ผู้เรียนนำไปใช้ในครอบครัวและชุมชน
และติดต่อประสานงานกับผู้ปกครองให้อบรมดูแลว่าผู้เรียนว่านำความรู้ไปใช้หรือไม่อย่างไรอีกด้วย
2. สถานศึกษาขอความร่วมมือจากชุมชน ซึ่งจะขอความร่วมมือจากชุมชนในด้านต่างๆ
3.สถานศึกษาให้ความช่วยเหลือหรือบริการชุมชน
4. บริการเกี่ยวกับอาคารสถานที่ของสถานศึกษาแก่ประชาชนในชุมชน เช่นให้ประชาชนในชุมชนใช้หอประชุม ใช้ห้องสมุด ใช้ห้องพยาบาล ใช้โรงอาหาร
และใช้สนามกีฬา เป็นต้น
5. การออกเยี่ยมเยียนผู้ปกครอง และผู้เรียนตามบ้าน เช่น เมื่อผู้เรียนเจ็บป่วย หรือผู้สอนไปแนะนำผู้เรียนทำแปลงเกษตรที่บ้าน
รวมทั้งการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน เช่น ร่วมงานการทอดกฐินที่วัด
ร่วมงานมงคลในชุมชน เป็นต้น
6. การประชาสัมพันธ์สถานศึกษา เช่นจัดให้มีสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ข่าวสารของสถาน
ศึกษา
อาจทำในรูปของจดหมายข่าว วารสาร จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้มาติดต่อสอบถามหรือให้ความสะดวกแก่ผู้มาติดต่อสถานศึกษา
7. การเชิญผู้ปกครองและประชาชนในชุมชนมาประชุม เช่นในวันปฐมนิเทศนักเรียนใหม่
วันเปิดเรียนในภาคเรียนแรกของปีการศึกษา
เป็นต้น
8. การรายงานผลการเรียนและอื่นๆให้ผู้ปกครองทราบ เช่น
การรายงานเป็นประจำวันหรือการทำสมุดพกประจำตัวนักเรียน ซึ่งจะมีทั้งผลการเรียน
ความประพฤติ สุขภาพ และอื่นๆ
การใช้ทรัพยากรท้องถิ่นในงานวิชาการ
แนวคิดในการแก้ปัญหา
การบริหารการศึกษา
เป็นการดำเนินงานของกลุ่มบุคคลเพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพ แต่การที่จะพัฒนาคนให้มีคุณภาพได้นั้น จึงควรดำเนินงานการบริหารการศึกษาทั้ง 5 ด้านให้เท่าเทียมกันจึงจะแก้ปัญหาที่กล่าวมาแล้วได้ ขอยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเช่น การบริหารงานวิชาการเป็นการจัดการเกี่ยวกับการเรียนการสอน ซึ่งมีส่วนในการพัฒนาคนให้มีความรู้ ความสามารถ มีความคิดและเป็นคนดี
หรือพัฒนาคนให้เป็นคนที่มีคุณภาพได้นั้น จะต้องมีการบริหารงานอีก 4 ด้านมาช่วยด้วย เช่น การบริหารงานธุรการ
คือจัดหาพัสดุครุภัณฑ์ จัดอาคารสถานที่ และอื่น ๆ
เพื่อช่วยให้การเรียนการสอนคล่องตัวขึ้น การบริหารงานบุคคล
ก็ต้องสรรหาครูที่มีคุณภาพมาสอน ต้องพัฒนาครูให้มีคุณภาพยิ่งๆขึ้นไป เพราะครูต้องมีคุณภาพ จึงจะพัฒนาคนให้มีคุณภาพได้ ส่วนการบริหารกิจการนักเรียน ก็คือการปกครองนักเรียนให้เป็นคนดีมีวินัย
มีการจัดกิจกรรมเสริมให้นักเรียนมีความรู้ ความสามารถและเป็นคนดียิ่งขึ้น สำหรับการบริหารงานด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
ก็มีส่วนช่วยพัฒนาคนเช่นกัน เช่น
การสอนให้นักเรียนนำความรู้ไปใช้ที่บ้านและชุมชน การให้นักเรียนฝึกวิชาชีพในชุมชน
การช่วยแก้ปัญหาในชุมชน การเชิญบุคลากรในชุมชนมาให้ความรู้แก่นักเรียน
การประสานงานกับผู้ปกครองให้สนใจการศึกษาของนักเรียนและช่วยอบรมนักเรียนที่บ้าน
เป็นต้น ดังนั้นการบริหารงานทั้ง 5 ด้านต้องสัมพันธ์กัน ต้องดำเนินการไปพร้อมๆกันและเท่าเทียมกัน การพัฒนาคนจึงจะมีคุณภาพ
ในที่สุดก็จะช่วยแก้ปัญหาการบริหารสถานศึกษาด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนได้ |